แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ValueData แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ValueData แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Writing Value and Value data in file.reg with Notepad or WordPad : วิธีการเขียน Value และ กำหนด Value Data แต่ละชนิดใน File.reg (Basic Registry Page 6.)


 

1.True File & Directory of Registry in Windows System & Registry Component 2. 5 Root key in Registry
3. Value format in Registry & how to write Value data each type. 4. How to use Menu function & Shortcut key in registry Editor
5. Create & editing Registry with Notepad or Wordpad(Create File.reg) 6. Writing Value & Value data in file.reg with Notepad or WordPad
7. Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad or Wordpad(File.reg) 8. Notepad WordPad : Toy or Magic? (Review&Info Editor Software)

Basic Registry Page 6.


Writing Value & Value data in file.reg with Notepad or WordPad

วิธีการเขียน Value และ กำหนด Value Data แต่ละชนิดใน File.reg(Notepad,WordPad)


Writing Value & Value data in file.reg with Notepad or WordPad (Basic Registry Page 6.)

ถ้าคุณยังไม่มีพื้นฐานในการสร้าง File.reg ด้วย Notepad มาก่อนแล้วเปิดมาอ่านบทความนี้เป็น Page แรก แนะนำว่าควรเริ่มต้นอ่านจาก หลักการพื้นฐานการสร้าง Fie.reg ด้วย Notepad จาก Page 5 ก่อนดีกว่าครับ เพราะผมเขียนบทเป็นชุดเนื้อหาแต่ละหน้าจะเกี่ยวพันธ์กัน
- คุณสามารถ ใช้ Wordpad แก้ไข หรือ สร้าง File.reg แทน Notepad ก็ได้ เพราะ WordPad ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรม ที่มีคุณสมบัติเป็นโปรแกรม Editor
- วิธี Save Code หรือ ข้อความจาก Notepad หรือ WordPad ให้เป็น File.reg คุณต้องพิมพ์ .reg ต่อท้ายชื่อ File เองครับ

รูปแบบโดยรวมในการสร้าง File.reg

ไม่ว่าคุณจะสร้าง Value แบบไหนก็ตาม ชื่อของ Value ทุกชนิด ยกเว้น String Value ที่ชื่อ(Default)"ต้องอยู่ในเครื่องหมายคำพูดเสมอ"("Value Name") จากนั้นตามด้วยเครื่องหมาย = และ ค่าของ Value data

วิธีการเขียน Value และ กำหนด Value Data แต่ละชนิดใน File.reg ที่สร้างจาก Notepad



 Create Value Data(Default) StringA. สร้าง REG String Value ด้วย Notepad

1. ผมขออธิบาย การตั้งค่า Value data ของ String Value ที่เป็นค่า (Default) ของ Key ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ก่อนนะครับ
1.1 ถ้าดูจากมุมมองในโปรแกรม Regedit กฏของ Registry อย่างหนึ่งก็คือ ทุกครั้งเมื่อคุณสร้าง Key ขึ้นมาใหม่ โปรแกรมจะสร้าง String Value ขึ้นมาให้ 1 ค่า ซึ่งถือว่าเป็นค่า Default ของ Key นั้นๆ ค่านี้คุณสามารถ ใส่ค่า Value data หรือ เปลี่ยนแปลงค่า Value data ได้ตามความต้องการ แต่คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อ จาก (Default) ให้เป็นอย่างอื่นได้
1.2 จากข้อ 1.1 ถ้าคุณต้องการกำหนด หรือ แก้ไข Value data ของ String ที่ชื่อ Defult ( String Value ที่โปรแกรมสร้างขึ้นมาให้เอง) ก็ให้คุณใส่เครื่องหมาย @= จากนั้นตามด้วยค่า Value data ที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด (@= "Value data")
* ดูตัวอย่างเปรียบเทียบจาก Pic 1. ครับ เป็น Key ผมทดลองสร้างขึ้นมาใหม่ ,ทั้ง 2 Key แตกต่างกันตรงที่
MyKey_Level1 : เป็นการสร้าง Key อย่างเดียวไม่ได้สร้าง Value อะไรขึ้นมาเลย แต่เมื่อทำการ Add Reg(Double click ที่ File.reg)โปรแกรมก็ได้สร้าง String ที่มีชื่อว่า(Default)ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติเหมือนกับที่เราเลือกคำสั่ง New Key ในโปรแกรม Registry
MyKey_Level2 : เป็นการใส่ค่า Value data ให้กับ String ที่ชื่อ(Default)ครับ

Create New String Value on file.reg with notepad



2. สร้าง REG _String Value ขึ้นมาใหม่ วิธีการตามนี้ครับ(Pic 2.)
2.1 หลังจากที่คุณระบุชื่อ Key ที่คุณจะสร้างขึ้นมาใหม่ตามบรรทัดที่ 3 แล้ว
2.2 บรรทัดที่ 4 (ดูตัวอย่าง Pic 1.) ให้คุณใส่ ชื่อของ String Value ในเครื่องหมายคำพูด("String Name")จากนั้นตามด้วยเครื่องหมาย = และ ด้านหลังของเครื่องหมาย = ให้ใส่ค่าของValue data ลงไปโดยให้อยู่ในเครื่องหมายคำพูดเหมือนกัน("Value Data")
2.3 ในกรณีที่ค่าของ String(Value data)เป็น Path ของ Folder หรือ File ให้คุณใส่เครื่อหมาย Backslash คั่น 2ตัว(Drive:\\Folder\\File)



 

Create DWORD (32bit) Value with notepadB. สร้าง REG DWORD (32bit) Value ด้วย Notepad

1. หลังจากที่คุณระบุชื่อ Key ที่คุณจะสร้างขึ้นมาใหม่ตามบรรทัดที่ 3 แล้ว(ดูตัวอย่าง Pic 3.)
2 บรรถัดลงมา ให้คุณใส่ ชื่อของ DWORD Value ในเครื่องหมายคำพูด("Value Name") จากนั้นตามด้วย เครื่องหมาย = และ ด้านหลังของเครื่องหมาย = ให้พิมพ์คำว่า dword:และตามด้วย Value data ที่คุณต้องการจะตั้งค่า(dwordColonValuedata)
3. ในการใส่ค่า Value data นั้นคุณต้องพิมพ์เป็นตัวเลขฐาน 16(Hexadecimal)ให้ครบ8ตัวครับ
- เลขฐาน16 หนึ่งตัว= 4bit ถ้าต้องการใส่ข้อมูลให้ถูกต้องตามหลักของ DWORD 32 bit เราจึงต้องใส่เป็น 8 ตัว (4x8=32)
- จากตัวอย่าง(Pic 3.) ถ้าผมต้องการใส่ข้อมูลเป็น 400 เมื่อผมสร้าง DWORD จาก Notepad จึงต้องเติมเลขศูนย์ข้างหน้าอีก 5 ตัวอย่างที่เห็น
4. ในการใช้งานจริง : การเขียนค่า Value data(DWORD)คุณไม่จำเป็นต้องเติมเลข 0 ข้างหน้าเพื่อให้ครบจำนวน 8 ตัวก็ได้เหตุผลก็เพราะว่า เลข 0 ที่เติมลงไปข้างหน้านั้นไม่มีความหมายอะไรเลย จากตัวอย่าง ถ้าผมต้องการตั้งค่า Value data เป็น 400 ผมจะพิมพ์ เฉพาะตัวเลข 400 ก็ได้เหมือนกัน

 

สร้าง REG BINARY, Multi String, Expandable String ,QWORD (64bit)ด้วย Notepad

การสร้างข้อมูลที่เหลือ ผมแนะนำว่าในการใช้งานจริงให้สร้างข้อมูลจากในโปรแกรม regedit จากนั้นใช้คำสั่ง Export ง่ายกว่ามาก เพราะ ข้อมูลทั้ง 4 ชนิดนี้ คุณต้องแปลงข้อมูลไม่ว่าจะเป็นตัวเลข หรือ อักษรที่คุณต้องการจะตั้งค่าในช่อง Value data ให้เป็นชุดตัวเลขฐาน 16 ก่อน และ ต้องพิมพ์ข้อมูลให้ถูกหลักกฎเกณฑ์ของการสร้างข้อมูลแต่ละประเภทด้วย ...ถึงแม้มันจะทำได้ แต่ เมื่อเทียบกับการ Export แล้วยุ่งยากเสียเวลาโดยใช่เหตุ(เอาเวลาไปดูสาวๆเต้นจ้ำบะใน YouTobe บันเทิงกว่าเยอะ..เชื่อสิ) ที่จะผมยกตัวอย่างให้คุณผู้อ่านได้เห็นก็เพื่อ ให้รู้ถึงที่มาที่ไปของการตั้งค่า ข้อมูลชนิดต่าางๆเท่านั้นครับ วิธีการโดยรวม ก็ประมาณนี้
- ถ้า Value data ที่คุณจะสร้างเป็น ตัวเลข ให้ใช้โปรแกรม Calculator(View • Programmer)ที่ติดมากับ Windows OS แปลงค่าให้เป็นเลขฐาน 16(ขอเรียกสั้นๆว่า Hex) ได้เลย
- แต่ถ้า Value data ที่คุณจะสร้าง "เป็นข้อความ" คุณต้องแปลงค่า(Converter)จากตัวอักษรให้เป็น ตัวเลขฐาน 16(Hex )ก่อน จากนั้นถึงจะใส่ชุดตัวเลข Hex ในส่วนของ Valuedata
* โปรแกรมอะไร? ที่สามารถแปลงข้อความให้เป็นตัวเลขแบบ Hex ได้ : หาได้ไม่ยากจาก Internet ครับเยอะด้วย แต่ ใกล้เกลือจะถวิลหาด่างไปทำไม??..ใช้โปรแกรมที่ Windows เตรียมไว้ให้แบบไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งดีกว่า โปรแกรมที่ว่าก็คือ Registry Editor นี่แหละ ที่สามารถแปลงข้อความธรรมดาให้เป็น Hex ได้(มีใครจะเถียงผมมั๊ยเนี่ย)

4Create Binary Value With Notepad.

 

 

C. สร้าง REG BINARY ด้วย Notepad

สมมุติผมต้องการใส่ค่า Value data ของ Reg_Binary ที่ชื่อ TEST_BINARY เป็น Hello ผมต้องแปลงข้อความจาก Hello ให้เป็นตัวเลข Hex ก่อนซึ่งก็ได้ตามตัวอย่าง(Pic.4) จากนั้นถึงจะนำตัวเลข Hex ที่ได้ไปเขียนเป็น Value data ซึ่งวิธีการการเขียน Value ของ Reg_Binary เป็นดังนี้ครับ
1. ที่ด้านหลังของเครื่องหมาย = คือค่าของ Value data ต้องมีคำว่า hex: และตามด้วย Value data ที่เป็นเลขฐาน 16
2. เลขฐาน16 ซึ่งเป็นเหมือนตัวอักษรแต่ละตัวนั้น ต้องคั่นด้วยเครื่องหมาย Comma(,) เรียงอักษรจากซ้ายไปขวา
* ถ้าคุณอยากรู้ว่าอักษรแต่ละตัวเมื่อแปลงเป็นเลขฐาน16แล้ว จะได้เลขอะไรก็ให้คุณ Double Click หรือ คลิกขวาที่ Binary ที่คุณสร้าง > Modify... หรือ Modify Binary Data... > ที่ช่อง Value data ให้คุณทดลองพิมพ์ข้อความอะไรก็ได้ ที่ด้านขวา ช่องตรงกลางโปรแกรมจะสร้างตัวเลขฐาน16ให้เอง(จาก Pic 4. ผมก็ใช้วิธีการ Export เหมือนกัน)

 

Create REG_Multi String Value with Notepad.D. สร้างREG_Multi String ด้วย Notepad

จากตัวอย่างของผมเป็นการกำหนด Value data ของ REG_Muti String แบบรรทัดเดียวนะครับ
1. ที่ด้านหลังของเครื่องหมาย = คือค่าของ Value data ต้องมีคำว่า hex(7)และตามด้วย Value data(Hexidecimal)
2.เลขฐาน16 ซึ่งเป็น Value data นั้นต้องคั่นด้วยเครื่องหมาย,00(CommaZeroZero) เรียงอักษรจากซ้ายไปขวา
3. ถ้าข้อมูลมี 1บรรทัด และ มีจำนวนตัวอักษรตั้งแต่1-9ตัวอักษรต้องปิดข้อความด้วย ,00,00,00,00,00(คอมมาศูนย์ศูนย์ 5ครั้ง)
3.1ถ้ามี 10อักษรตัวให้ปิดข้อความด้วย 00,00,00,\จากนั้นให้ขึ้นบรรทัดใหม่ และ พิมพ์ 00,00ปิดท้ายอีกครั้ง
3.2 ถ้าข้อมูลเป็นแบบหลายบรรทัดถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีกี่ตัวอักษรก็ตามไม่ต้องปิดด้วย,00 ในแบบข้อ 3.1 แต่ถ้าจะกำหนดข้อความต่อไปเป็นบรรทัดใหม่ต้องใส่เลข ,00,00,00 ก่อนจากนั้นถึงจะใส่ค่าในบรรทัดที่ถัดลงไป และ...etc.(ฯลฯ).....อูย!! กฏเกณมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านี้ครับ อธิบายต่อไปสงสัยคนอ่าน เซ็งกันเป็นแถบๆกันพอดี เอาเป็นว่า รายละเอียดที่เหลือ ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดขยัน ก็หาความสัมพันธ์กันเอาเองนะครับ
- สำหรับ REG_Expandable ดูผิวเผินแล้วจะคล้ายๆ(ที่ไม่ได้แปลว่าเหมือน) การสร้างREG_Mutistring แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกันREG_QWORD (64bit) จัดเรียงข้อมูลแบบสลับยุ่งยากมาก .

สรุป :รูปแแบบของการสร้าง Value และ กำหนด Value data แต่ละชนิดของ Registry ที่สร้างจาก Notepad เป็นดังนี้
1. ตั้งค่า Value data ของ String ที่เป็นค่า (Default) ของ Key ที่สร้างขึ้นมาใหม่ : @="Value data" (Value data เป็นข้อความธรรมดา)
2. REG _String Value ขึ้นมาใหม่ : "Value Name"="Value data" (Value data เป็นข้อความธรรมดา)
3. REG Binary Value : "Value Name"=hex:Value data (Value data : ไม่ว่าจะเป็นอักษร หรือตัวเลข ต้องแปลงค่าให้เป็น Hex ก่อน)
4. REG DWORD (32bit) Value : "Value Name"dword:Value data (Value data เป็น Hex)
5. REG_QWORD (64bit) Value : "Value Name"=hex(b):Value data (Value data เป็น Hex)
6. REG_Expandable String Value : "Value Name"=hex(2):Value data (Value data : ต้องแปลงข้อความให้เป็น Hex ก่อน)
7. REG_Multi String Value : "Value Name"=hex(7):Value data (Value data : ต้องแปลงข้อความให้เป็น Hex ก่อน)


Maximus:Tangled Funny animation.gif
แนะนำวิธีการสร้าง File. reg เพื่อเอาไว้ควบคุม Registry ไปแล้วแต่ถ้าคุณต้องการลบ Key, Value หรือ Value data ใน Registry ด้วย File.reg หล่ะครับ ต้องทำยังไง?..อ่านต่อ

Basic Registry Page 7.

Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad(File.reg) >> Readmore







Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad or Wordpad(File.reg):ลบ Key , Value และ Value data ใน registry ด้วย Notepad หรือ Wordpad(File.reg):Basic Registry Page 7.


 

1.True File & Directory of Registry in Windows System & Registry Component 2. 5 Root key in Registry
3. Value format in Registry & how to write Value data each type. 4. How to use Menu function & Shortcut key in registry Editor
5. Create & editing Registry with Notepad or Wordpad(Create File.reg) 6. Writing Value & Value data in file.reg with Notepad or WordPad
7. Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad or Wordpad(File.reg) 8. Notepad WordPad : Toy or Magic? (Review&Info Editor Software)

Basic Registry Page 7.


Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad or Wordpad(File.reg)

ลบ Key , Value และ Value data ใน registry ด้วย Notepad หรือ Wordpad(File.reg)




Delete Key , Value & Value data in registry with Notepad or Wordpad(File.reg)



ถ้า คุณยังไม่มีพื้นฐานการสร้าง File.reg ด้วยโปรแกรม Notepad ผมแนะนำให้เริ่มต้นอ่านจาก Page 5,6 มาก่อนจะเข้าใจได้ดีกว่า

Page นี้จะเป็นการสร้าง File.reg ขึ้นมาเพื่อลบ Key , Value และ Value data ใน registry และ ถ้าคุณจะทดลองทำตาม ขอแนะนำว่าให้ สร้าง Restore point ใน Systems Restore กันเน่าไว้ก่อนด้วยนะครับ

กฎ 5.ข้อ ของ Registry ที่คุณควรรู้ (ทบทวนจาก Page 5.)

1. คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อ หรือ ลบ Rootkey ทั้ง5 ของ Registry ได้
2. คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อ หรือ ลบ String ที่ชื่อ(Default)ที่โปรแกรมสร้างขึ้นมาให้ในทุก Key ได้ แต่สามารถตั้งค่า และ เปลี่ยนแปลงแก้ไข Value data ได้
3. ในการสร้าง key ย่อยขึ้นมาใหม่ที่อยู่ระดับ(Level)เดียวกัน คุณไม่สามารถตั้งชื่อ Key ให้เหมือนกันได้ แต่ถ้าต่างระดับ(คนละคีย์) หรือ ต่าง Root key สามารถทำได้
4. ใน Key เดียวกัน คุณสามารถสร้าง Value กี่ชนิด, กี่ค่าก็ได้ แต่คุณไม่สามารถตั้งชื่อให้เหมือนกันได้ แม้ว่า จะเป็น Value ที่ต่างชนิดกันก็ตาม แต่ถ้าต่าง Key สามารถทำได้
5. *** บาง Key และ บาง Value จะติดค่า Permissions ซึ่งค่า Permissions นี้สามารถแก้ไขได้ แต่ถ้า Key และ Value นั้น มีความสำคัญต่อระบบ ถึงแม้คุณจะเปลี่ยนค่า Permissions ได้ หรือ ไม่ได้ก็ตาม คุณก็ไม่สามารถแก้ไข หรือ ลบ ได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง Key ย่อยถัดลงไป ตรงนี้ต้องใช้ความรอบคอบเป็นพิเศษ แต่ถ้าคุณยังยืนยันจะแก้ไขจริงๆ คุณต้อง Logon เข้าไปแก้ไขในชื่อadmin[4] Administrator และถ้าคุณยังแก้ไขใน Admin Account ไม่ได้อีก, นั่นหมายความว่าการตั้งค่าของ Registryนั้นๆต้องมีความสำคัญต่อระบบมาก หรือระบบของคุณอาจถูก Malware เล่นงานก็เป็นไปได้เหมือนกัน (ตรงนี้มีหลายกรณี)
ในบทความนี้ผมจะใช้ Wordpad ครับ เพราะย่อ, ขยาย, ปรับสีข้อความเวลาแค็ปรูปได้ดีกว่า ส่วนคุณผู้อ่านอย่าจะใช้โปรแกรม Editor ตัวไหนก็ตามสะดวก

Delete key in Registry with file.reg

ผมทดลองสร้าง Keyใหม่ขึ้นมาตามนี้ครับ HKEY_CLASSES_ROOT\TEST_DELETE จากนั้นก็ได้สร้าง Key ย่อย ถัดลงไปอีก 2 Key จากนั้นตั้งชื่อว่าMyKeyLevel-1 และ MyKey Level-2 ตามลำดับ ดูตัวอย่างจาก (Pic 1.)

A. ลบ Key ใน Registry ด้วย File.reg

วิธีการลบ Key : ให้คุณใส่ เครื่องหมายลบ หรือ เครื่องหมาย Score( - )ที่ด้านหน้า ของ ตำแหน่ง Key ที่คุณต้องการจะลบจากนั้นก็ Save เป็น File.reg > Double click เพื่อ Add reg Key ย่อยตัวสุดท้ายที่ระบุ จะถูกลบไปเอง

 

จาก Pic1. : ถ้าผมเขียน Script เป็น.....
1. [-HKEY_CLASSES_ROOT\TEST_DELETE\MyKeyLevel-1]  ความหมายคือ ให้ลบ Key ที่ชื่อ MyKeyLevel-1 รวมถึง Key ย่อยที่ถัดลงไปทั้งหมดด้วย ในที่นี้ก็คือ MyKey Level-2 .....แต่ถ้าผมเขียนสคลิป เป็น...
2. [-HKEY_CLASSES_ROOT\TEST_DELETE\MyKeyLevel-1\MyKey Level-2]  ความหมายคือ ให้ลบเฉพาะ MyKeyLevel-2 ซึ่งเป็นเป็น Key สุดท้ายที่ระบุ และ MyKeyLevel-1 ก็ยังอ

 

2Delete value & value data with File.reg

 

B. ลบ Value ใน Registry ด้วย File.reg

- Value ทุกชนิดใน Registrry จะมีวิธีการลบที่เหมือนกันหมดครับ เหตุผลก็เป็นไปตามกฏข้อ 4. (Value ที่อยู่ใน Key เดียวกันจะมีชื่อซ้ำกันไม่ได้) เพราะฉนั้นเราจึงไม่ต้องระบุชนิดของ Value ที่เราจะลบ วิธีการก็ตามนี้ครับ
ให้คุณระบุ"ชื่อ Value" ที่อยู่ในเเครื่องหมายคำพูดจากนั้น ตามด้วยเครื่องหมาย =- ("Value Name"=-)
- ในกรณีของ String ที่ชื่อ(Default) จะไม่สามารถลบได้ แต่จะให้ผลลัพธ์(Output)ที่แตกต่างออกไป เหตุผลก็เป็นไปตามกฏข้อ 2.(อ่านรายละเอียดที่ข้อ D.)


Delete Value data with file.reg
Delete Value data with file.reg

 

 

 

C. ลบเฉพาะการตั้งค่าของ Value data ด้วย File.reg

1. จาก (Pic 3.) ผมทดลองสร้าง New Value ขึ้นมาอย่างละ 1ค่า
2. ถ้าต้องการลบ เฉพาะการตั้งค่าใน Vale data ผมต้องเขียน Script ของ Value แต่ละชนิดตามนี้

"My BINARY"=hex:
"My STRING"=""
"My MUTISTRING"=hex(7):
"My EXPAN_STRING"=hex(2):
"My DWORD"=dword:00000000
"My QWORD"=
hex(b):
3. ถ้าต้องการลบ Value ทุกตัว ก็ให้ใส่เครื่องหมาย - ต่อท้ายเครื่องหมาย = แบบเดียวกับที่ผมอธิบายในข้อ B. ("Value Name"=-)




 

Delete Value data or Restore string(default)

 

D. คืนค่า และ ลบ Value data ของ String ที่ชื่อ (Default)

ดูตัวอย่าง(Pic 4.) ดูผิงเผิน วิธีการจะคล้ายกับการลบ String Value ที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่ถ้าอ้างตามกฎข้อ 2. ที่ผมเขียนไว้ข้างบนแล้ว การลบจะมีความหมายตามนี้ครับ
1. ผมทดลองใส่ค่า Valudata ของ String(Default) เป็น 1234
2. ถ้าผมเขียน Code เป็น @=- จะเป็นการ Restore(คืนค่า) ที่ช่อง Data Column จะกลับมาเป็น(Value not set) (หมายเลข 4.)
3. ถ้าผมเขียน Code เป็น @="" จะเป็นเพียงการลบค่าใน Value data ออกไปเท่านั้นครับ และ ที่ช่อง Data Column จะไม่แลดงข้อความอะไรเลย(หมายเลข 5.)
- และถ้าคุณทดลองลบการตั้งค่า ในช่อง Value data ของ String ที่ชื่อ (Default) จากข้างในโปรแกรม regedit ผลลัพธ์ที่ได้ ที่ช่อง Data Column ก็จะว่างแบบหมายเลข 5. เหมือนกัน



5Export file.reg
5Example: How to adaptation file.reg

หลักการทำงานของ Reg script กับ การพลิกแพลง เมื่อใช้งานจริง

- สคลิปที่คุณเห็นใน File.reg นั้น มันจะทำงานตามลำดับจากคำสั่งแรก ไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงคำสั่งสุดท้าย(บรรทัดสุดท้าย) หลักการมีอยู่แค่นี้ครับ ...แล้วบอกทำไมเนี่ย?
- ในการใช้งานจริง การควบคุม หรือ แก้ไข Registry ด้วย File.reg นั้น ส่วนใหญ่เรามักจะแก้ไขจาก File.reg ที่ได้จากการ Export มากกว่า และ เมื่อคุณรู้ถึงหลักการทำงานของ Reg script แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำตามลูกสูตรแบบเปะๆ ในแบบที่ผมอธิบายมาทั้งหมดเสมอไป
มาดูตัวอย่างกัน(Pic 5.) ผมจะลบทุก Value ใน MyKeyLevel-1 โดยใช้คำสั่งลบ Key (แบบที่ผมอธิบายไว้ในข้อ A.)
1. ที่ MyKeyLevel-1 ผมคลิกขวา เลือก > Export ก็จะได้ File.reg แบบ หมายเลข 2.
3. จากนั้นผมใส่เครื่องหมาย - ด้านหน้าตำแหน่ง Key อย่างที่คุณเห็นในหมายเลข 3.
4. ผมทดลอง Import File.reg ที่ได้จากการแก้ไขในข้อ 3. ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่การลบ MyKeyLevel-1 แต่จะเป็นการลบ Value ทั้งหมดที่มีอยู่ใน MyKeyLevel-1 แทน

คุณลองนึกสิครับว่า เหตุผลมันเป็นเพราะอะไร?...ถ้าตอบไม่ได้........ผมจะเฉลยซ้ำอีกครั้งก็ได้ว่า...เพราะ File.reg ทำงานตามลำดับ จากคำสั่งแรก จากนั้นก็ต่อไปที่คำสั่ง 2, 3, 4...จนจบบรรทัดสุดท้าย อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นไงครับ ดูหมายเลข 3.

- คำสั่งแรก(3.1) : เป็นคำสั่งลบ MyKeyLevel-1 เพราะฉนั้น Value และ Value data ที่อยู่ใน MyKeyLevel-1 ก็จะถูกลบตามไปด้วย จากนั้น File.reg ก็จะทำงานต่อไปในคำสั่งที่สอง 

- คำสั่งที่สอง (3.2) ความหมายก็คือ : ให้สร้าง MyKey Level-2(พร้อมกับสร้างReg_String ที่ชื่อ My_STRING) ให้อยู่ถัดลงมาจาก MyKey Level-1 อีกชั้น ผลลัพธ์ก็คือ MyKey Level-1 ถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งด้วยคำสั่งที่สองนี่เอง คุณสามารถพลิกแพลงการใช้งาน File.regไปได้มากกว่านี้ ครับ ที่ผมยกตัวอย่างมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง
The Hunchback of NotreDame Funny animation.gif